• หน้าแรก
  • บทความ
  • ดูแลผมเสียจากการทำสี ยืด ดัด ให้กลับมาแข็งแรง คู่มือฉบับช่างผู้เชี่ยวชาญ 226 HairStory
ดูแลผมเสียจากการทำสี ยืด ดัด ให้กลับมาแข็งแรง คู่มือฉบับช่างผู้เชี่ยวชาญ 226 HairStory

ดูแลผมเสียจากการทำสี ยืด ดัด ให้กลับมาแข็งแรง คู่มือฉบับช่างผู้เชี่ยวชาญ 226 HairStory

10 มิ.ย. 2569   ผู้เข้าชม 6

การดูแลผม หลายคนอยากมีผมสวย สีผมโดดเด่น หรือผมตรงและลอนสวยตามเทรนด์ จึงเลือกทำสี ฟอก ยืด หรือดัดผมเป็นประจำ แต่หลังจากผ่านกระบวนการเคมีหลายครั้ง ปัญหาที่ตามมาคือ ผมเสีย แห้ง ชี้ฟู ขาดง่าย และไม่มีน้ำหนัก หากปล่อยไว้นานโดยไม่เริ่ม ดูแลผม อย่างถูกวิธี เส้นผมอาจเสียสะสมจนต้องตัดทิ้ง การเริ่มต้น ดูแลผม ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสียหายได้มาก

ข่าวดีคือ ผมเสียสามารถฟื้นฟูให้กลับมาดูสุขภาพดีขึ้นได้ หากเริ่ม ดูแลผม อย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ และเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของตัวเอง

บทความนี้รวบรวมคำแนะนำจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของ 226 HairStory ร้านทำผมหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประสบการณ์ดูแลเส้นผมจากการทำเคมีหลากหลายประเภท เพื่อช่วยให้คุณกลับมามีผมสวย แข็งแรง และจัดทรงง่ายอีกครั้ง พร้อมแนวทาง ดูแลผม ที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

สารบัญ

สาเหตุที่ทำให้ผมเสียจากการทำเคมีหากไม่ดูแลผม

ก่อนจะเริ่มฟื้นฟู เราควรเข้าใจก่อนว่าทำไมเส้นผมจึงเสียหลังผ่านการทำเคมี และจะได้วางแผน ดูแลผม ได้ตรงจุด

1. การทำสีผมและการฟอกผม

การทำสี โดยเฉพาะการฟอกสี จะเปิดเกล็ดผมเพื่อดึงเม็ดสีธรรมชาติออก ส่งผลให้โครงสร้างเส้นผมสูญเสียโปรตีนและความชุ่มชื้น หากทำบ่อยเกินไปหรือใช้เปอร์เซ็นต์น้ำยาที่ไม่เหมาะสม ผมจะเริ่มแห้ง เปราะ และแตกปลาย จำเป็นต้อง ดูแลเส้นผม อย่างต่อเนื่อง

2. การยืดผม

น้ำยายืดจะเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างภายในเส้นผมให้ตรง หากยืดซ้ำบ่อย หรือใช้ความร้อนสูงร่วมกับการรีดหลายรอบ จะทำให้ผมสูญเสียความยืดหยุ่น การ ดูแลผม หลังยืดจึงสำคัญมาก

3. การดัดผม

การดัดใช้ทั้งสารเคมีและความร้อนในการเปลี่ยนรูปทรงของเส้นผม หากทำกับผมที่ผ่านการฟอกหรือ

ทำสีมาก่อน ความเสียหายจะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ จึงต้องเน้นการ ดูแลเส้นผม เป็นพิเศษ

4. การใช้ความร้อนทุกวัน

แม้ไม่ได้ทำเคมี แต่การหนีบผม ม้วนผม หรือเป่าผมด้วยอุณหภูมิสูงเป็นประจำ ก็ทำให้ผมแห้งเสียสะสมได้เช่นกัน การดูแลเส้นผม ด้วยการลดความร้อนจึงช่วยได้มาก

5. การดูแลหลังทำเคมีไม่ถูกต้อง

หลายคนสระผมทันทีหลังทำสี ใช้แชมพูแรงเกินไป หรือไม่ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำเคมี ทำให้สีหลุดเร็วและเส้นผมอ่อนแอลง การ ดูแลผม หลังทำเคมีจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ

ดูแลผมเสียจากการทำสี ยืด ดัด ให้กลับมาแข็งแรง คู่มือฉบับช่างผู้เชี่ยวชาญ 226 HairStory


สัญญาณบอกว่าคุณต้องเริ่มดูแลผมเสีย

บางครั้งผมเสียไม่ได้แสดงออกชัดเจนในช่วงแรก ลองสังเกตอาการต่อไปนี้ เพื่อเริ่ม ดูแลผม ได้ทันเวลา

  • ผมแห้งกร้านหลังสระ

  • หวีแล้วพันกันง่าย

  • ปลายผมแตกจำนวนมาก

  • ผมขาดระหว่างหวี

  • สีผมซีดเร็วผิดปกติ

  • ลอนดัดคลายเร็ว

  • ผมชี้ฟูแม้อยู่ในห้องแอร์

  • เส้นผมไม่มีน้ำหนัก

  • เป่าผมแล้วไม่เงางาม

  • สัมผัสแล้วสากมือ

หากมีอาการเหล่านี้มากกว่า 2-3 ข้อ แสดงว่าถึงเวลาต้องเริ่ม ดูแลผม อย่างจริงจัง และปรับพฤติกรรมการ ดูแลผม ในชีวิตประจำวัน


การดูแลผมเสียที่บ้านในชีวิตประจำวัน

การฟื้นฟูไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเข้าซาลอนเสมอไป การ ดูแลผม ที่บ้านอย่างถูกต้องช่วยลดความเสียหายได้มาก

เลือกแชมพูสำหรับผมเสีย

ควรเลือกแชมพูสูตรอ่อนโยน ปราศจากซัลเฟต หรือสูตรสำหรับผมทำสี เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดการชะล้างสีผม เป็นพื้นฐานของการ ดูแลผม

ใช้ครีมนวดทุกครั้ง

ครีมนวดช่วยปิดเกล็ดผม ลดการพันกัน และเพิ่มความนุ่มลื่น ควรลงเฉพาะช่วงกลางถึงปลายผม เพื่อการ ดูแลผม อย่างเหมาะสม

หมักทรีตเมนต์ผมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

การใช้ ทรีตเมนต์ผม เป็นประจำช่วยเติมโปรตีนและความชุ่มชื้นให้เส้นผม ลดการแตกปลาย และเพิ่มความเงางาม เป็นขั้นตอนสำคัญของการ ดูแลผม

ใช้เซรั่มหรือออยล์บำรุง

หลังสระผม ควรใช้เซรั่มหรือออยล์บาง ๆ ที่ปลายผม เพื่อช่วยป้องกันความร้อนและลดการสูญเสียความชื้น ช่วยให้การ ดูแลผม มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลดการใช้ความร้อน

หากจำเป็นต้องไดร์หรือหนีบ ควรใช้สเปรย์ป้องกันความร้อนทุกครั้ง และตั้งอุณหภูมิไม่สูงเกิน 180 องศาเซลเซียส เพื่อการ ดูแลผม อย่างปลอดภัย

ซับผมแทนการขยี้

หลังสระผม ใช้ผ้าขนหนูนุ่มซับน้ำเบา ๆ ไม่ควรขยี้แรง เพราะเส้นผมเปียกจะเปราะบางกว่าปกติ เป็นอีกวิธี ดูแลผม ที่หลายคนมองข้าม

หวีผมอย่างถูกวิธี

ใช้หวีซี่ห่าง เริ่มหวีจากปลายผมก่อน แล้วค่อยไล่ขึ้นด้านบน ลดการดึงรั้งจนผมขาด เป็นพื้นฐานของการ ดูแลผม

รับประทานอาหารที่มีโปรตีน

เส้นผมสร้างจากเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีน การรับประทานไข่ ปลา ถั่ว และเนื้อสัตว์ จะช่วยให้ผมงอกใหม่แข็งแรงขึ้น เป็นการ ดูแลผม จากภายใน


เลือกผลิตภัณฑ์ทรีตเมนต์ดูแลผมเสียอย่างไร

การเลือก ทรีตเมนต์ผม ควรดูจากปัญหาหลักของเส้นผม เพื่อให้การ ดูแลผม ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

ผมแห้ง

เลือกสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid, Glycerin หรือ Ceramide เพื่อการ ดูแลผม ที่เน้นความชุ่มชื้น

ผมขาดง่าย

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี Keratin, Protein หรือ Amino Acid เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างเส้นผม เหมาะกับการ ดูแลผม ที่อ่อนแอ

ผมผ่านการฟอก

ควรใช้สูตร Bond Repair ที่ช่วยฟื้นฟูพันธะภายในเส้นผม เป็นการ ดูแลเส้นผม เชิงลึก

ผมทำสี

เลือกผลิตภัณฑ์ Color Care ที่ช่วยรักษาเม็ดสีและลดสีซีด เพื่อการ ดูแลเส้นผม ให้สีติดทนนาน

ผมหยาบ ชี้ฟู

ควรใช้สูตรที่มีน้ำมันธรรมชาติ เช่น Argan Oil, Camellia Oil หรือ Jojoba Oil เพื่อเพิ่มความนุ่มลื่น และช่วย ดูแลเส้นผม ให้เรียบสวย


สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากให้ผมเสียกว่าเดิม

แม้จะใช้ผลิตภัณฑ์ดีแค่ไหน หากยังทำพฤติกรรมเดิม ผมก็อาจไม่ฟื้นตัว การ ดูแลผม ต้องควบคู่กับการหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้

หลีกเลี่ยง

  • ฟอกผมติดกันหลายรอบ

  • ยืดและทำสีในวันเดียวกัน

  • หนีบผมทุกวัน

  • สระผมด้วยน้ำร้อน

  • นอนทั้งที่ผมเปียก

  • มัดผมแน่นเกินไป

  • ใช้ยางรัดผมที่มีโลหะ

  • หวีผมแรงขณะเปียก


เมื่อไหร่ควรไปร้านทำทรีตเมนต์เข้มข้น

แม้การ ดูแลผม ที่บ้านจะช่วยได้ แต่หากผมเสียสะสมมาก การทำ ฟื้นฟูผม ที่ร้านจะเห็นผลเร็วกว่า

ควรเข้ารับบริการเมื่อ

  • ผมฟอกหลายรอบ

  • ผมขาดเป็นเส้นจำนวนมาก

  • ผมยืดแล้วไหม้

  • ผมดัดแล้วแห้งมาก

  • ผมไม่ตอบสนองต่อทรีตเมนต์ที่บ้าน

  • ต้องการเตรียมผมก่อนทำสีครั้งใหม่

ที่ 226 HairStory ทีมช่างจะวิเคราะห์สภาพเส้นผมก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกโปรแกรมฟื้นฟูที่เหมาะกับแต่ละบุคคล พร้อมแนะนำแนวทาง ดูแลเส้นผม ต่อเนื่องที่บ้าน


วิธีดูแลผมหลังทำสี ยืด หรือดัด

หลังทำเคมี ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้ เพื่อการ ดูแลผม อย่างถูกต้อง

  • งดสระผมตามระยะเวลาที่ช่างแนะนำ

  • ใช้แชมพูสูตรสำหรับผมทำเคมี

  • งดว่ายน้ำในสระคลอรีนช่วงแรก

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด

  • ใช้ Leave-in Treatment ทุกวัน

  • ตัดปลายผมทุก 6-8 สัปดาห์

  • เข้าทำทรีตเมนต์ทุก 1-2 เดือน


เทคนิคจากช่างมืออาชีพที่ช่วยให้ผมแข็งแรงขึ้น

หลายคนเข้าใจว่าการตัดปลายผมทำให้ผมยาวช้า แต่จริง ๆ แล้วการตัดปลายผมเสียออกเป็นประจำช่วยลดการแตกปลายลุกลาม ทำให้ผมดูหนาและสุขภาพดีขึ้น เป็นอีกหนึ่งวิธี ดูแลผม

อีกเทคนิคสำคัญคือ อย่าทำเคมีหลายอย่างติดกัน เช่น ฟอกผมและยืดผมภายในระยะเวลาใกล้กัน เพราะจะเพิ่มโอกาสที่เส้นผมขาดหรือไหม้ การวางแผน ดูแลผม จึงสำคัญมาก


คำถามที่พบบ่อยเรื่องดูแลผมเสีย

ผมเสียสามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม

เส้นผมที่เสียแล้วไม่สามารถซ่อมให้กลับมาเป็นเส้นผมใหม่ได้ทั้งหมด แต่สามารถฟื้นฟูให้ดูแข็งแรง นุ่มลื่น และลดการขาดได้ด้วยการ ดูแลผม อย่างเหมาะสม

ต้องทำทรีตเมนต์บ่อยแค่ไหน

โดยทั่วไปควรทำเดือนละ 1-2 ครั้ง หากผ่านการฟอกหรือทำเคมีหนัก อาจต้องทำถี่ขึ้นตามคำแนะนำของช่าง เพื่อการ ดูแลผม อย่างต่อเนื่อง

ผมฟอกควรใช้เคราตินหรือทรีตเมนต์

ควรให้ช่างประเมินสภาพผมก่อน เพื่อเลือกวิธี ดูแลผม ที่เหมาะสมที่สุด

ควรสระผมทุกวันหรือไม่

หากหนังศีรษะไม่ได้มันมาก สามารถสระวันเว้นวันเพื่อลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของเส้นผม เป็นการ ดูแลผม ที่สมดุล

ใช้น้ำมันมะพร้าวช่วยได้ไหม

ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถทดแทนการใช้ทรีตเมนต์ที่ออกแบบมาเพื่อซ่อมแซมโครงสร้างเส้นผมได้ ควรใช้ร่วมกับการ ดูแลผม แบบครบขั้นตอน

การ ดูแลผม ที่ผ่านการทำสี ฟอก ยืด หรือดัด ไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มต้นด้วยการเข้าใจสภาพเส้นผมของตัวเอง เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ลดการใช้ความร้อน และบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถลดปัญหา ผมเสีย และช่วย ฟื้นฟูผม ให้กลับมานุ่มสลวย มีน้ำหนัก และจัดทรงง่ายขึ้นได้

หากผมของคุณเสียสะสมจากการทำเคมีหลายครั้ง การเข้ารับบริการ ทรีตเมนต์ผม กับช่างผู้เชี่ยวชาญจะช่วยประเมินสภาพเส้นผมอย่างละเอียด และเลือกโปรแกรมฟื้นฟูที่เหมาะสมที่สุด พร้อมแนะนำแนวทาง ดูแลผม ต่อเนื่อง

หากคุณกำลังมองหาร้านทำผมหางดง เชียงใหม่ ที่เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูผมเสียจากการทำสี ฟอก ยืด และดัด ทีมช่างของ 226 HairStory พร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์สภาพเส้นผม และแนะนำโปรแกรมทรีตเมนต์ที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ พร้อมคำแนะนำการ ดูแลผม แบบมืออาชีพ

ติดต่อและจองคิวผ่าน LINE ได้ทันที เพื่อรับคำแนะนำจากช่างผู้เชี่ยวชาญ และเริ่มต้นคืนความแข็งแรงให้เส้นผมของคุณตั้งแต่วันนี้

ดูแลผมเสียจากการทำสี ยืด ดัด ให้กลับมาแข็งแรง คู่มือฉบับช่างผู้เชี่ยวชาญ 226 HairStory


บทความที่เกี่ยวข้อง

Wolf Cut คืออะไร เหมาะกับใคร คู่มือเทรนด์ทรงผมเกาหลีฉบับเข้าใจง่ายโดยร้านทำผม
10 มิ.ย. 2569

Wolf Cut คืออะไร เหมาะกับใคร คู่มือเทรนด์ทรงผมเกาหลีฉบับเข้าใจง่ายโดยร้านทำผม

หากพูดถึง Wolf Cut เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นผ่าน TikTok, Instagram, Pinterest หรือซีรีส์เกาหลี เพราะเป็นหนึ่งใน ทรงผมเกาหลี ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังคงเป็นทรงผมที่ได้รับความนิยมในร้านทำผมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยหลายคนอาจมองว่าวูฟคัทเป็นเพียงทรงผมซอยไล่เลเยอร์ธรรมดา แต่ในความเป็นจริง ทรงนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งการสร้างวอลลุ่มบริเวณด้านบนศีรษะ การไล่เลเยอร์หลายชั้น และปล
ทำสีผม Balayage Highlight Ombre ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนเหมาะกับคุณ ฉบับครบในที่เดียว
10 มิ.ย. 2569

ทำสีผม Balayage Highlight Ombre ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนเหมาะกับคุณ ฉบับครบในที่เดียว

การ ทำสีผม เป็นหนึ่งในวิธีเปลี่ยนลุคที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะการ ทำสีผม ช่วยเพิ่มมิติให้เส้นผม ทำให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น และสะท้อนสไตล์ของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับการ ทำสีผม หลายคนมักพบคำว่า Balayage, Highlight และ Ombre จนเกิดคำถามว่าแต่ละเทคนิคแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนจึงจะเหมาะกับตัวเองแม้ว่าทั้งสามเทคนิคจะช่วยเพิ่มมิติให้เส้นผมเหมือนกัน แต่ขั้นตอนการ ทำ