• หน้าแรก
  • บทความ
  • ทำสีผม Balayage Highlight Ombre ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนเหมาะกับคุณ ฉบับครบในที่เดียว
ทำสีผม Balayage Highlight Ombre ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนเหมาะกับคุณ ฉบับครบในที่เดียว

ทำสีผม Balayage Highlight Ombre ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนเหมาะกับคุณ ฉบับครบในที่เดียว

10 มิ.ย. 2569   ผู้เข้าชม 6

การ ทำสีผม เป็นหนึ่งในวิธีเปลี่ยนลุคที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะการ ทำสีผม ช่วยเพิ่มมิติให้เส้นผม ทำให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น และสะท้อนสไตล์ของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับการ ทำสีผม หลายคนมักพบคำว่า Balayage, Highlight และ Ombre จนเกิดคำถามว่าแต่ละเทคนิคแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนจึงจะเหมาะกับตัวเอง

แม้ว่าทั้งสามเทคนิคจะช่วยเพิ่มมิติให้เส้นผมเหมือนกัน แต่ขั้นตอนการ ทำสีผม ผลลัพธ์ และการดูแลหลังทำมีความแตกต่างกันพอสมควร การเลือกเทคนิคการ ทำสี ที่เหมาะกับรูปหน้า สีผิว ความยาวของเส้นผม และไลฟ์สไตล์ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยและดูแลง่ายในระยะยาว

บทความนี้จาก 226 HairStory หางดง เชียงใหม่ จะอธิบายความแตกต่างของ Balayage, Highlight และ Ombre พร้อมข้อดี ข้อจำกัด วิธีดูแล และแนวทางเลือกเทคนิคการ ทำสี ที่เหมาะกับคุณ เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายก่อนเข้าร้านทำผม

สารบัญ

Balayage คืออะไร ทำสีผมแบบนี้เหมาะกับใคร

Balayage เป็นเทคนิคการ ทำสี ที่ใช้การเพ้นต์สีลงบนเส้นผมแบบอิสระ (Freehand Painting) โดยไม่ใช้ฟอยล์ในหลายกรณี ช่างจะไล่สีจากช่วงกลางผมไปจนถึงปลาย ทำให้เกิดการไล่เฉดสีที่นุ่มนวลและดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ ทำสี แบบดูแพงและไม่แข็ง

คำว่า Balayage มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า "การปัด" หรือ "การกวาด" ซึ่งสะท้อนถึงวิธีการลงสีที่ใช้แปรงปัดสีลงบนเส้นผมอย่างประณีตในการ ทำสี

ทำสีผม Balayage Highlight Ombre ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนเหมาะกับคุณ ฉบับครบในที่เดียว

จุดเด่นของ Balayage

  • ไล่เฉดสีอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ไม่มีเส้นแบ่งสีที่ชัดเจน

  • เมื่อผมยาว โคนใหม่จะดูกลมกลืน

  • ไม่จำเป็นต้องเติมโคนบ่อย

  • ช่วยให้เส้นผมดูมีมิติ

Balayage เหมาะกับผู้ที่ต้องการ ทำสี ลุคหรู ดูแพง และเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการเข้าร้านเพื่อเติมสีผมบ่อย

ใครเหมาะกับ Balayage

  • คนที่ต้องการเปลี่ยนลุคแบบไม่หวือหวา

  • ผู้ที่มีผมยาวหรือผมประบ่า

  • ผู้ที่ต้องการดูแลสีผมง่ายหลังการ ทำสี

  • ผู้ที่ต้องการให้เส้นผมดูมีมิติและเคลื่อนไหว

สีที่นิยมทำ Balayage ได้แก่

  • Ash Brown

  • Beige Blonde

  • Milk Tea

  • Caramel Brown

  • Honey Blonde

  • Greige

  • Mocha Brown


Highlight คืออะไร ต่างจาก Balayage ยังไง

Highlight คือเทคนิคการ ทำสีผม โดยเลือกช่อผมขึ้นมาทำสีให้สว่างกว่าสีพื้น เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและสร้างมิติให้ทรงผม เหมาะกับคนที่ต้องการความชัดเจนของสีในการ ทำสี

ต่างจาก Balayage ที่ไล่สีแบบอิสระ การทำ Highlight มักใช้ฟอยล์เพื่อควบคุมตำแหน่งและระดับความสว่างของแต่ละช่อ ทำให้สีมีความคมชัดกว่าในการ ทำสี

จุดเด่นของ Highlight

  • เพิ่มมิติให้เส้นผม

  • ทำให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น

  • สามารถเลือกจำนวนช่อได้

  • เห็นความแตกต่างของสีได้ชัด

  • ปรับความละเอียดของช่อสีได้

Highlight ยังแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ เช่น

Partial Highlight

ทำเฉพาะบางบริเวณ เช่น

  • กรอบหน้า

  • ด้านบนศีรษะ

  • ด้านข้าง

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มมิติโดยใช้งบประมาณน้อยกว่าในการ ทำสี

Full Highlight

ทำทั่วทั้งศีรษะ

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนลุคอย่างชัดเจน และให้เส้นผมดูสว่างทั่วทั้งศีรษะจากการ ทำสี

Face Framing Highlight

เป็นการทำ Highlight เฉพาะบริเวณกรอบหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูสว่าง มีมิติ และดูสดใสขึ้นจากการ ทำสี

Highlight เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ต้องการลุคโดดเด่น

  • ผู้ที่ชอบสีผมแฟชั่น

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสว่างให้ใบหน้า

  • ผู้ที่ต้องการเห็นมิติของเส้นผมชัดเจนจากการ ทำสี


Ombre ทำสีผมที่หลายคนชอบ เหมาะกับใคร

Ombre เป็นอีกหนึ่งเทคนิคการ ทำสีผม ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีลักษณะเด่นคือการไล่สีจากโคนผมที่เข้ม ไปสู่ปลายผมที่สว่างกว่าอย่างชัดเจน ช่วยสร้างลุคแฟชั่นได้ดีในการ ทำสีผม

ต่างจาก Balayage ที่ไล่สีอย่างนุ่มนวล Ombre จะเห็นการเปลี่ยนระดับสีได้ชัดกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลุคแฟชั่นและมีความโดดเด่นจากการ ทำสีผม

จุดเด่นของ Ombre

  • ไล่สีชัดเจน

  • เหมาะกับสีแฟชั่น

  • เปลี่ยนลุคได้อย่างชัดเจน

  • ทำให้ปลายผมโดดเด่น

  • เหมาะกับผมยาว

สีที่นิยมทำ Ombre เช่น

  • ดำ → น้ำตาลอ่อน

  • น้ำตาล → บลอนด์

  • น้ำตาล → คาราเมล

  • ดำ → เทาหม่น

  • ดำ → ชมพู

Ombre เหมาะกับใคร

  • คนที่ชอบลุคแฟชั่น

  • ผู้ที่ชอบสีผมโดดเด่น

  • ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนลุคอย่างชัดเจน

  • ผู้ที่มีผมยาวและต้องการ ทำสีผม ให้ดูมีสไตล์


ตารางเปรียบเทียบ Balayage Highlight Ombre

รายการ

Balayage

Highlight

Ombre

เทคนิค

เพ้นต์สีแบบอิสระ

เลือกช่อผมทำสี

ไล่สีจากเข้มไปอ่อน

ความเป็นธรรมชาติ

⭐⭐⭐⭐⭐

⭐⭐⭐

⭐⭐⭐

ความชัดของสี

ปานกลาง

สูง

สูงมาก

เติมโคนบ่อยไหม

น้อย

ปานกลาง

น้อย

เหมาะกับผมยาว

⭐⭐⭐⭐⭐

⭐⭐⭐⭐

⭐⭐⭐⭐⭐

เพิ่มมิติ

ดีมาก

ดีมาก

ดี

ลุคที่ได้

หรู ดูแพง

สดใส มีมิติ

แฟชั่น โดดเด่น

ถ้าคุณชอบลุคธรรมชาติ

เลือก Balayage สำหรับการ ทำสีผม ที่ดูละมุน

ถ้าต้องการเพิ่มมิติให้เส้นผม

เลือก Highlight เพื่อการ ทำสีผม ที่เห็นชัด

ถ้าต้องการลุคแฟชั่น

เลือก Ombre สำหรับการ ทำสีผม ที่โดดเด่น

ในหลายกรณี ช่างสามารถผสมผสานหลายเทคนิคเข้าด้วยกัน เช่น Balayage ร่วมกับ Face Framing Highlight หรือ Ombre ร่วมกับ Toner เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การ ทำสีผม ที่สวยและเป็นเอกลักษณ์มากขึ้น


จะเลือกทำสีผมแบบไหนดี?

ก่อนตัดสินใจ ทำสีผม ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการ ทำสี

รูปหน้า

การทำ Highlight รอบกรอบหน้าจะช่วยให้ใบหน้าดูสว่าง ส่วน Balayage จะช่วยสร้างมิติให้เส้นผมโดยรวมในการ ทำสี

ความยาวของเส้นผม

  • ผมสั้น เหมาะกับ Highlight

  • ผมประบ่า เหมาะกับ Highlight หรือ Balayage

  • ผมยาว สามารถทำได้ทั้ง Balayage, Highlight และ Ombre ในการ ทำสีผม

การดูแล

หากไม่สะดวกเติมโคนบ่อย Balayage และ Ombre จะดูแลง่ายกว่าในการ ทำสีผม

งบประมาณ

แต่ละเทคนิคใช้เวลาและจำนวนผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน จึงมีค่าใช้จ่ายต่างกัน ควรปรึกษาช่างก่อนเริ่มบริการ ทำสีผม


การดูแลทำสีผมหลังย้อมให้สีติดทน

ไม่ว่าจะเลือก Balayage, Highlight หรือ Ombre การดูแลหลังการ ทำสีผม มีผลอย่างมากต่อความสวยและอายุของสีผม

ใช้แชมพูสำหรับผมทำสี

ช่วยลดการซีดจางและรักษาความเงางามของเส้นผมหลังการ ทำสีผม

หลีกเลี่ยงน้ำร้อน

น้ำร้อนทำให้เกล็ดผมเปิดและสีหลุดเร็วขึ้นหลังการ ทำสีผม

บำรุงด้วยทรีตเมนต์

ช่วยเติมความชุ่มชื้น ลดความแห้งเสียจากการ ทำสีผม

ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อน

ก่อนเป่าหรือหนีบผม ควรใช้ Heat Protection ทุกครั้งหลังการ ทำสีผม

ลง Toner เมื่อสีเริ่มซีด

การลง Toner จะช่วยรีเฟรชสีโดยไม่จำเป็นต้อง ทำสีผม ใหม่ทั้งศีรษะ


คำถามที่พบบ่อยเรื่องทำสีผม

Balayage ต้องฟอกผมหรือไม่?

ส่วนใหญ่จำเป็นต้องฟอกบางส่วน เพื่อให้ได้ระดับสีที่สว่างและเห็นการไล่เฉดอย่างชัดเจนในการ ทำสีผม แต่จำนวนรอบการฟอกขึ้นอยู่กับพื้นสีผมเดิม

Highlight อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปประมาณ 2–4 เดือน หลังการ ทำสีผม จากนั้นอาจเติมโคนหรือรีเฟรชสีตามความต้องการ

Ombre ต้องเติมโคนหรือไม่?

โดยปกติไม่จำเป็น เพราะโคนผมยังคงเป็นสีธรรมชาติ จึงดูแลได้ง่ายหลังการ ทำสีผม

เทคนิคไหนทำร้ายผมน้อยที่สุด?

ขึ้นอยู่กับระดับความสว่างที่ต้องการ หากต้องฟอกหลายรอบทุกเทคนิคอาจส่งผลต่อเส้นผมได้ การใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพและการบำรุงหลังการ ทำสีผม จะช่วยลดความเสียได้มาก

สามารถทำร่วมกับการตัดผมหรือทรีตเมนต์ได้หรือไม่?

ได้ หลายคนเลือกตัดผม ทำสี และทำทรีตเมนต์ในวันเดียวกัน เพื่อให้ทรงผมดูสมบูรณ์และช่วยฟื้นฟูเส้นผมหลังการ ทำสีผม

ทั้ง Balayage, Highlight และ Ombre ต่างเป็นเทคนิคการ ทำสีผม ที่มีเอกลักษณ์และเหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่มีเทคนิคใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีวิธีการ ทำสีผม ที่เหมาะกับสภาพเส้นผม รูปหน้า ไลฟ์สไตล์ และลุคที่คุณต้องการมากที่สุด

หากคุณชอบความเป็นธรรมชาติ ดูแลรักษาง่าย และไม่ต้องเติมโคนบ่อย Balayage คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ในการ ทำสีผม หากต้องการเพิ่มมิติและความสว่างให้เส้นผม Highlight จะช่วยให้ลุคดูโดดเด่นมากขึ้น ส่วนผู้ที่ชื่นชอบสไตล์แฟชั่นและการไล่สีที่ชัดเจน Ombre ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการทำสี

ที่ 226 HairStory หางดง เชียงใหม่ ทีมช่างพร้อมวิเคราะห์พื้นสีผม สภาพเส้นผม และแนะนำเทคนิคการ ทำสีผม ที่เหมาะกับคุณ เพื่อให้ได้สีผมที่สวย เข้ากับบุคลิก และดูแลรักษาได้ง่าย

ปรึกษาทำสีผม Balayage หรือ Highlight ที่ 226 HairStory แล้วให้ทีมช่างช่วยออกแบบสีผมที่สะท้อนความเป็นตัวคุณ พร้อมเลือกเทคนิคการ ทำสีผม ที่เหมาะที่สุดสำหรับลุคใหม่ของคุณ

ทำสีผม Balayage Highlight Ombre ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนเหมาะกับคุณ ฉบับครบในที่เดียว


บทความที่เกี่ยวข้อง

Wolf Cut คืออะไร เหมาะกับใคร คู่มือเทรนด์ทรงผมเกาหลีฉบับเข้าใจง่ายโดยร้านทำผม
10 มิ.ย. 2569

Wolf Cut คืออะไร เหมาะกับใคร คู่มือเทรนด์ทรงผมเกาหลีฉบับเข้าใจง่ายโดยร้านทำผม

หากพูดถึง Wolf Cut เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นผ่าน TikTok, Instagram, Pinterest หรือซีรีส์เกาหลี เพราะเป็นหนึ่งใน ทรงผมเกาหลี ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังคงเป็นทรงผมที่ได้รับความนิยมในร้านทำผมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยหลายคนอาจมองว่าวูฟคัทเป็นเพียงทรงผมซอยไล่เลเยอร์ธรรมดา แต่ในความเป็นจริง ทรงนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งการสร้างวอลลุ่มบริเวณด้านบนศีรษะ การไล่เลเยอร์หลายชั้น และปล
ดูแลผมเสียจากการทำสี ยืด ดัด ให้กลับมาแข็งแรง คู่มือฉบับช่างผู้เชี่ยวชาญ 226 HairStory
10 มิ.ย. 2569

ดูแลผมเสียจากการทำสี ยืด ดัด ให้กลับมาแข็งแรง คู่มือฉบับช่างผู้เชี่ยวชาญ 226 HairStory

การดูแลผม หลายคนอยากมีผมสวย สีผมโดดเด่น หรือผมตรงและลอนสวยตามเทรนด์ จึงเลือกทำสี ฟอก ยืด หรือดัดผมเป็นประจำ แต่หลังจากผ่านกระบวนการเคมีหลายครั้ง ปัญหาที่ตามมาคือ ผมเสีย แห้ง ชี้ฟู ขาดง่าย และไม่มีน้ำหนัก หากปล่อยไว้นานโดยไม่เริ่ม ดูแลผม อย่างถูกวิธี เส้นผมอาจเสียสะสมจนต้องตัดทิ้ง การเริ่มต้น ดูแลผม ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสียหายได้มากข่าวดีคือ ผมเสียสามารถฟื้นฟูให้กลับมาดูสุขภาพดีขึ้นได้ หากเร